เกมนับตุ๊ดตู่

posted on 18 Dec 2010 12:52 by rosesabell
     เปล่านะ  เค้าไม่ได้ดูถูกสาวประเภทสองนะ  เพียงแต่ว่าวันๆหนึ่งที่คุณได้เดินทางออกจากบ้าน  คุณเจอตุ๊ดตู่อยู่กี่คน
     วันนั้นเรามีนัดกับเพื่อนที่พารากอน  ที่ร้านไก่ขั้นล่าง  คุณพระช่วย!  ขณะที่เดินไปตามทาง  เราเจอเพื่อนตุ๊ดตู่สามคน  เดินผ่านเค้าร์เตอร์น้าหอมอีก6  - 7 คน  เดินสวนกับคนไปมาอีก  ราว11  คน  เดินถึงร้าน โต๊ะข้างๆเป็นดาราตุ๊ดตู่แอบอีก 2 คน
     เรานั่งอมยิ้ม  นี่ถ้าเราเป็นผู้ชาย  เราจะเป็นตุ๊ดตู่กับเขาหรือเปล่านะ
     ผู้คนมากมาย  มารวมตัวกันในห้างราวกับเขาจะแจกของฟรี  ทำไมมนุษย์มันเยอะขึ้นเหลือเกิน  อาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยได้เข้าเมืองบ่อยๆกระมัง  แต่ก็สนุกดี  ดูคนสวยๆหล่อๆน่ารักๆ   เพลินดี
     ผ่านเวลานัดมาครึ่งชั่วโมง  เราเริ่มรู้สึกหงุดหงิด  กินน้ำจนปวดฉี่แล้ว  กำลังจะหยิบโทรศัพท์  เพื่อนเราโผล่มาพอดีเหมือนรู้
     "รอนานมั๊ยยะ  รถติดมาก  หิวอ่ะ  เธอสั่งอะไรไปหรือยัง"
     "รอเธอน่ะแหล่ะ  ยังไม่ได้สั่ง"
     ไก่ครึ่งตัว  พาสต้า 2 จาน สลัดจานใหญ่  ซุปเห็ด  หายวับไปกับตา  ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง  บทสนทนาเริ่มขึ้นจริงจังอีกครั้ง
     "ชั้นเลิกกับแฟนแล้ว"
     " อ้าวเฮ้ย!เสียใจด้วยนะ นานยัง"
     "เกือบสองเดือนแล้ว แม่..ง ไม่น่าให้เงินมันยืมเลย  แทบหมดตัว"
     "ถือซะว่าฟาดเคราะห์"
     "เสียใจจนกลายเป็นแค้นแล้ว  อย่าให้เจอนะ  นี่มันปิดมือถือไปเลย"
     "เชิดใส่เหอะแก  อยู่คนเดียวบ้างเหอะ"
      เพื่อนเราน้ำตาซึม  น่าสงสาร  ทำไมนะผู้ชายบางคนชอบมาหลอกตุ๊ดตู๋กันนัก  ฉันแอบคิดในใจ
แล้วเราก็คุยกันเรื่อง  ตุ๊ดตู่โง่หรือเต็มใจให้หลอกหลอก  แล้วเสียงหัวเราะก็ระเบิดขึ้นมาแทน
      เพื่อนเราลาเป็นประโยคสุดท้ายว่า
     "เดี๋ยวสิ้นเดือนนี้จะไปเชียงคานนะ"
      แล้วก็เดินสะบัดเดฟลาแยกจากไป
     ฉันเดินยิ้มคนเดียวดูร้านรวงไปเรื่อยเปื่อย  จนรู้สึกว่าเมื่อยยยยมากกกกก  แล้วก็เริ่มนับหนึ่งอีกครั้ง  กับตุ๊ดตู่คนแรกที่เดินสวนมา
     เกมนี้เล่นคนเดียวก็สนุกดี  กับวันที่ไม่มีพิธีรีตรองอะไร
     "หลงอดีต"  นามปากกา "กานต์ชนก"
     นามใหม่  หน้าใหม่  แต่เข้าใจว่าคงจะเป็นคนเก่าในยุคซิกส์ตี้ศ์หรือเซเว่นตี้ส์  โดยเดาเอาจากการ  "หลุด"  ไปสู่วัยเยาว์เมื่อครั้งที่แฟชั่น "เดฟ" กับ "ม้อด" กำลังเฟื่อง  และมาพร้อมเสียงเพลงของวง คาร์เพนเตอร์  ยุคสมัยที่ "ด่วนจี๋...ไปรษณีย์จ๋า"  ยังเป็นเหมือนอะไรบางอย่างของความใฝนที่ซ่อนอยู่ในซองจดหมายสีฟ้า  ชิ้นงานของนามใหม่  หน้าใหม่  ที่"ผ่านเกิด" ครั้งแรกได้นำเอาวิธีเขียนแบบเรียบง่ายเหมือนเรื่องสั้นในยุคสมัย  "สุวรรณี  สุคนธา" กลับคืนมาอีกครั้ง  ด้วบยลีลาภาษาลงตัว  และด้วยเนื้อหาเปรียบเปรยระหว่างอดีตที่ผ่านเลยและปัจจุบันที่เป็นอยู่ 
     ขอต้อนรับการหลงอดีตอันงดงาม  และการ"ผ่านเกิด" ครั้งแรก
    
     ทุกคนมีอดีต  แต่ใครบ้างที่ยังหลงอยู่กับมัน  ดังวังวน

  ฉันรักในตัวหนังสือของสุวรรณี สุคนธา  มาตั้งแต่ยังอ่านหนังสือไม่แตก  แต่เพราะที่บ้านมีวรรณกรรมประโลม หนังสือเรื่องสั้น  เรื่องแปล  ต้องห้ามขวาจัดซ้ายจัด(ซึ่งที่บ้านทำลายเผาทิ้งไปเยอะ..)  แต่เด็กอย่างฉันเลือกที่จะอ่านเรื่องจากปก  ปกสวยๆจากนักเขียนผู้หญิง ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเนื้อหาข้างในจะเป็นอย่างไร และเล่มนั้นคือของสุวรรณี  ถามว่าอ่านรู้เรื่องไหม  ก็รู้เรื่องแต่ไม่ลึก  รู้แต่ว่า  เปรี้ยวเก๋นางเอกจิบบรั่นดีสูบบุหรี่sexyปุ๋ยๆ  แต่มันก็นานมาแล้ว  ท่านจากไปแล้ว 

     เวลาผ่านไป  นอกจากฉันยังไม่ทิ้งการอ่าน  ฉันก็ยังเขียนหนังสือกับเขาบ้าง  ฉันพยายามไล่หานักเขียนในดวงใจคนใหม่  จนมาเจอ พลอย จริยะเวช  ชีวิตฉันก็กระโดดจมลงสู่จินตนาการอีกครั้ง  แต่เป็นแบบสาวรุ่นใหม่ยุคที่เก๋จัด ดูดี  มีความมั่นใจ  ห่วงใยโลก  ฉันสนุกไปกับแม่พลอยทู๊กเล่ม..

     ฉันไม่รู้ว่าถ้าคุณสุวรรณี  มีชีวิตถึงตอนนี้  ท่านจะเปรี้ยวเก๋ไก๋ขนาดไหน  แต่ฉันว่าตัวหนังสือของท่านคงอาละวาดฉวัดเฉวียนไม่แพ้คนรุ๋นใหม่แน่ๆ

     ทุกครั้งที่ค้นตู้หนังสือ  ฉันได้แต่ถอนใจว่า  ต่อให้นั่นอ่านไปตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง  ไม่หลับไม่นอน  ฉันก็คงอ่านไม่ครบ  เพราะมีเยอะจนเป็นห้องสมุดย่อมๆไปแล้ว  ถึงคอมพิวเตอร์จะหาข้อมูลให้ฉันเร็วจี๋  แต่บางทีข้อมูลที่ใช้นิ้วพลิกทีละหน้า  กับกลิ่นกระดาษของกาลเวลา  ก็หาซื้อไม่ได้

     ขอบคุณผู้หญิงสองคนที่ให้ความสุขฉันมาตลอด

                                                                        กานต์ชนก